[SF] The Role of TOP #13
posted on 25 May 2012 13:49 by icys-fic in The-Role directory FictionName: The Role of TOP #13
Author: Icys
Fandom: Bigbang
Rating: G
Paring: ไม่มี ถึงจะดูเหมือนฟิคจีริก็เถอะ...
Summary: "จียงมีหลายเรื่องที่อยากพูดแต่พูดไม่ได้ ซึงรีมีหลายเรื่องที่อยากพูดแต่ยังไม่มีเรื่องที่อยากฟัง..."
สำนวนโคตรเหมือนนิยายแปลมา -_-" เปล่าน้า... ไอเดียนี้มันเก่ามากๆ อ่า ตั้งแต่แรกๆ ที่เขียนบล๊อกเลย แต่เพิ่งจะมาได้เขียนเนี่ยแหละ...
คือรถแถวบ้านตอนกลางคืนหนวกหูมากค่ะ เลยต้องพยายามคิดแบบจี(?)
= = =
13. ในบทบาทของเด็กขี้เหงา
วันหยุดที่นานๆ ทีจะมีซักหนทำให้ซึงรีอยากใช้เวลานี้ออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ให้สุดเหวี่ยง ไปช้อปปิ้ง ไปออกเดท(?) ทำอะไรให้เต็มที่ แล้วตอนกลางคืนค่อยมานอนพักเป็นตาย พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้แหละ
แต่เอาเข้าจริงๆ ตอนกลางคืนกลับไม่ทำให้เขานอนสบายเลย เพราะช่วงนี้มีเสียงรถบรรทุกวิ่งใกล้โดมตลอด ตึกใหม่ของ YG กำลังถูกสร้าง เสียงตอนเหยียบเบรกของรถบรรทุกดังโหยหวนไปหมด ตามมาด้วยเสียงเหล็กกระทบกัน แทบจะเดาได้เลยว่ารถบรรทุกพ่วงกี่ตอน
ในคืนที่หนาวจัดเพราะสายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้เขานอนไม่หลับ กลิ้งไปกลิ้งมาจนสุดท้ายยอมแพ้ ลุกขึ้นมาดีกว่า ไปหาอะไรกินที่ห้องครัวแก้ง่วงดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยโทรบอกเพื่อนว่าไปเที่ยวไม่ไหว ไม่ได้นอน -_-"
เอ... แต่พรุ่งนี้สาวๆ น่ารักจะมากันเต็มเลยง่ะ เอาไงดี TwT
พอออกมาที่ห้องครัว เขาก็เจอผู้ร่วมโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่พี่ท๊อปอย่างเคย... พี่ใหญ่ชอบออกมาแอบกินขนมตอนกลางคืนประจำ แต่คราวนี้กลับเป็นลีดเดอร์ที่มานั่งอึนอยู่ที่โต๊ะ แก้วใส่น้ำสีอำพันวางตรงหน้า จียงนั่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟมืดๆ และไม่ได้พูดอะไร คงกรึ่มๆ ได้ที่แล้ว
แต่ที่ประหลาดกว่านั้ ซึงรีไม่เข้าใจว่าทำไมจีต้องเอาหูแนบฟังเสียงในเปลือกหอยไม่หยุด หอยสังฆ์ยักษ์ที่เก็บเล่นตอนไปเที่ยวทะเลคราวที่แล้วบัดนี้อยู่ในมือของจียง เจ้าตัวหลับตาพริ้มนั่งฟัง... หอย?
"พี่เมาป่ะเนี่ย? เอาเปลือกหอยมาครอบหูแทนหูฟังเนี่ย"
จียงลืมตาขึ้นมามองว่าใคร ยิ้มเล็กน้อยเหมือนมีผู้ร่วมโต๊ะ ซึงรีเห็นสายตาก็พอเข้าใจว่าลีดเดอร์คงเริ่มเมาแล้ว
"ก็อาจจะ" จียงหัวเราะ "ไม่รู้สิ... นายลองดูสิ นายจะได้ยินเสียงอะไรในนี้นะ"
จียงยื่นเปลือกหอยใหญ่มาให้เขา ซึงรีรับมาอย่างเสียไม่ได้ ขืนไม่รับมาไม่รู้จียงจะเมาอาละวาดอะไรรึเปล่า เขาเลยลองหยิบขึ้นมาฟังเล่นๆ
ถ้าเขาหูไม่ฝาด เขาได้ยินเสียงคลื่น...
ไม่ได้เล่นกลอะไรใช่มั้ย? ทำไมเขาถึงได้ยินเสียงคลื่นล่ะ...
"ได้ไง..." ซึงรีทำตาโตพลางเอาเปลือกหอยมาเพ่งดูดีๆ ก็เป็นแค่เปลือกธรรมดา... ไม่ได้แอบติดลำโพงไว้แต่อย่างใด "มันเป็นเปลือกหอยเองไม่ใช่เหรอ?"
"มันเป็นเสียงจากโลกของมันไง" จียงเอ่ย ยังคงยิ้ม "มันสะท้อนเสียงจากโลกของมันเอง"
เขาฟังไม่รู้เรื่อง เขาคิดเองว่าคงเป็นลมที่เข้ามาตรงปลายยอดเปลือกหอยแน่ๆ ทำให้ได้ยินเสียงเหมือนคลื่นแบบนี้ จียงยังบอกเขาอีกว่านอนไม่หลับเลยขึ้นมานั่งฟังเสียงของทะเลในนี้ คงจะใช้สร้างแรงบันดาลใจในการทำเพลงล่ะมั้ง ซึ่งเขาเองคงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
แต่ปกติแล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครเข้าใจความคิดของพี่ซักเท่าไหร่... ซึงรียักไหล่
อีกครั้งที่เสียงรถบรรทุกดังคลุกคลั่กที่พื้นถนนด้านล่างตามมาด้วยเสียงเบรกครืด ซึงรีถอนหายใจ
"หนวกหูอ่า"
"เสียงเหมือนปลาวาฬไง" จู่ๆ จียงก็พูดขึ้นมา "ลองจินตนาการ เหมือนเสียงปลาวาฬออก"
"ยังไง?" ซึงรีขมวดคิ้ว
"ก็ไฟมืดๆ ในท้องถนน... เมืองที่เกือบมืดสนิทกับถนนแสงร่ำไรแบบนี้เหมือนเราลอยอยู่กลางทะเลตอนกลาง คืนเลย แล้วเสียงรถบรรทุกก็เหมือนเสียงปลาวาฬพ่นน้ำไงล่ะ..."
เสียงที่ครวญครางยามค่ำคืนของสัตว์ร่างยักษ์ เหมือนกับเสียงรถเหรอ...
พอจียงบอกยังงั้น เขาเริ่มคิดตาม... เสียงครวญจากรถบรรทุกเหมือนเสียงปลาวาฬขับกล่อมให้ฟังตอนกลางคืน...
"แล้ววันนี้ฝนก็ตกซะด้วย" จียงเอ่ยต่อ "เม็ดฝนแต่ละเม็ดพอโดนแสงร่ำไรจนถนนก็เหมือนกากเพชรเม็ดเล็กๆ ตกจากฟ้า..."
แม้แต่เสียงเบรกของรถบรรทุกยังฟังออกเป็นเสียงของปลาวาฬท่ามกลางท้องทะเลที่โหยหวนได้ ฝนตกจากฟ้าเหมือนกากเพชรยามค่ำคืน...
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดูน่าขัดใจในคืนนี้กลับมองเป็นเรื่องดีไปซะทุกอย่าง
บางสิ่งน้องเล็กก็รู้สึกว่าต้องเป็นจียงเท่านั้นถึงคิดได้
ในที่สุดซึงรีก็หัวเราะออกมา
"พี่เก่งอ่ะ คิดได้ไงทั้งหมดเนี้ย... ผมไม่เห็นจะคิดออกเลย"
จียงนั่งเท้าคางบนโต๊ะและส่ายหน้า
"อ๋อเปล่าหรอก ทั้งหมดเนี่ยพี่ท๊อปบอกมา เมื่อคืนนั่งกินเหล้าด้วยกันก่อนนอนน่ะ"
"หา?"
"ทั้งเปลือกหอย ทั้งเสียงรถนั่นแหละ ก็มันดังมาทุกคืนเลยนอนไม่หลับ แต่พอพี่ซึงฮยอนบอกแบบนั้นเลยคิดได้น่ะ"
พอจียงบอกปุ๊บว่าทั้งหมดนี้ชเวซึงฮยอนเคยอธิบายให้ฟัง ซึงรีจึงเริ่มเข้าใจทีละนิด... ที่คิดได้ขนาดนี้ก็คงมีแต่พี่ใหญ่ล่ะมั้ง ถ้าบอกว่าเขาไม่เข้าใจความคิดของจียงแล้ว เขาคงไม่เข้าใจความคิดของพี่ใหญ่มากกว่า มันซับซ้อนกว่าของจียงเยอะ...
ความคิดของคนขี้เหงาช่างลึกล้ำจริงๆ...
End.